Final Destination เป็นหนังที่สร้างสรรค์การตายได้อย่างดีเยี่ยม

Final Destination เป็นหนังที่สร้างสรรค์การตายได้อย่างดีเยี่ยม

Final Destination 5 (2011) โกงตายสุดขีด - เว็บดูหนังออนไลน์ใหม่ฟรี 2020 หนังชนโรง ดูฟรีไม่มีกระตุก

The Final Destination 5 โกงตาย สุดขีด
Final Destination 5 ความตายยังอยู่ในทุกหนทุกแห่งเช่นเดิม โดยครั้งแรกความตายเข้าคุกคามในสภาพที่เหมือนจริง ต่อกลุ่มผู้ร่วมงานที่ headed for a corporate retreat ระหว่างการเดินทางด้วยรสบัส แซม (นิโคลาส ดี’อกอสโต้) ได้เกิดภาพนิมิตว่าเขาและเพื่อน ๆ ส่วนใหญ่รวมถึงคนอื่น ๆ จบชีวิตลงตรงสะพานพังทลายลง เมื่อภาพนิมิตของเขาหายไป เหตุการณ์ต่าง ๆ ก็เริ่มสะท้อนถึงสิ่งที่เขาเห็นมา เขาจึงนำทางเพื่อนร่วมงานจำนวนมาก รวมถึงเพื่อนของเขา ปีเตอร์ (ไมเลส ฟิสเชอร์) และแฟนสาว มอลลี่ (เอ็มม่า เบล) ออกจากหายนะไปอย่างลนลาน ก่อนที่ความตายจะล่าพวกเขาได้
แต่ดวงวิญญาณบริสุทธิ์เหล่านี้ไม่เคยนึกถึงเรื่องการรอดชีวิตมาได้ และในการแข่งกับเวลาที่น่ากลัว กลุ่มผู้เคราะห์ร้ายนี้ก็พยายามหาทางหลีกหนีหมายกำหนดตาย

มากันถึงตอนที่ 5 แล้วของหนังสยองขวัญแฟรนไชส์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดเรื่องนี้
จุดขายและบุคคลิกของภาพยนต์ชุดนี้ ยังคงเหมือนเดิมเช่นที่ผ่านมาๆ ผมลองวิเคราะห์เล่นๆถึงเสน่ห์ ที่ยึดเป็นสูตรสำเร็จไปแล้วก็ได้ประมาณนี้ครับ

เริ่มต้นที่จะทำยังให้กลุ่มคนกลุ่มนึงรอดชีวิตจากอุบัติเหตุที่น่าตื่นตาตื่นใจ จากนิมิตของตัวละครเอก และคาดไม่ถึงว่ามันจะเกิดขึ้นได้(ทุกภาคสำเร็จหมด) มาหนึ่งเหตุการณ์
โดยที่ตัวเอกที่เริ่มต้นก็เหมือนจะไม่ทราบที่มาว่ารอดเพราะอะไร (เช่นเดียวกับภาค 1,3,4,5)
ตัวละครเอกกว่าจะรู้ว่าเป็นที่ความตายมาทวงชีวิตคืน ก็ต้องมีคนสังเวยไปแล้วอย่างน้อย 1ถึง 2 คน (ทุกภาค)
สร้างสาเหตุและสถานการกว่าจะตาย ที่แหวกและแตกต่างให้มากที่สุด เพื่อทำให้คนดูลุ้นระทึกไปกับตัวละครว่าจะตาย จริง(หรือหลอก)กันแน่ (แต่สุดท้ายก็ตายอยู่ดี อิอิ)
แต่ถ้ายังไม่รู้ตัวว่าเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดนั้น เป็นผลจากความตาย กลับมาทวงก็จะมี character ลึกลับออกมาช่วยบอกใบ้ให้ทราบ
เพื่อสร้างสถานะการณ์ แข่งกับเวลาให้คนดูได้ลุ้นว่าพระเอกจะกลับไปช่วยคนต่อๆไปให้รอดได้หรือไม่ (ภาค 2,4,5)
และสุดท้าย คือการปิดฉากที่ชวนให้โล่งอกว่าอย่างน้อยก็ยังมีคนรอดไปอีกสักพัก เพื่อส่งให้คนดูโล่งใจก่อนจะกลับมาปิดท้ายการตายให้กับตัวละครทุกตัว
อ่อสุดท้ายของท้ายสุดคือมันเป็น 3 d แล้วครับท่าน(ภาค 4,5)เพราะฉะนั้นคนใจอ่อนและเกลียดเลือด อย่าเข้าไปชมเชียวไม่งั้นคุณจะเอียนกันไปข้างเพราะเลือดมันเข้าตาจริงๆนะ

ผมชมfinal ภาคนี้โดยไม่คาดหวังใดๆนอกจากความบันเทิง แต่ก็ได้กลับมาแค่ระดับนึง เพราะภาคนี้ยังเดินตามสูตรด้านบนแบบเป๊ะๆ เรียกว่าอ้าปากก็เห็นลิ้นไก่แล้วละครับ
ยังไงซะหนังก็น่าจะช่วยตอบโจทย์คนดูที่อยากคลายเครียด อยากหาอะไรที่มันจะช่วยลุ้นและตื่นเต้นกว่าดูข่าว ดูละครช่องต่างๆในทีวีได้ระดับนึง
ความสดใหม่ หรือการเล่นกับความกลัวในการตายทุกรูปแบบ เริ่มเก่าไปอย่างเห็นได้ชัด ความซับซ้อนของเนื้อเรื่องก็ไม่มี สิ่งเหล่านี้ ตั้งแต่ภาค 2เป็นต้นมาหนังก็ค่อยๆหืดแห้งลงไปเรื่อยๆ
ดาราแต่ละคนล้วนมาจาก แวดวงทีวีซี่รีย์ของอเมริกาทั้งนั้น ทุกคนเล่นไปเรื่อยๆตามบท ไม่มีใครโดดเด่นชวนให้จดจำไม่ว่าจะเป็นพระเอก หรือนางเอกก็ตาม คงหวังเกิดหรือขอมีเครดิตหนังทำเงินช่วยเป็นบันไดสำคัญ ในการก้าวไปสู่หนังใหม่ๆที่น่าจดจำกว่านี้ต่อไปมากกว่า

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *